“ถ้าเราไม่ดีพอก็คือเราไม่ดีพอ เราทำได้ไม่ดีพอเวลาแข่งกับทีมกลุ่มท้ายตารางรอบๆเรา เราถึงต้องมาอยู่อย่างนี้ไง” - ไบรอัน ลอว์ส

ไบรอัน ลอว์ส เป็นผู้จัดการทีมของสโมสรเบิร์นลีย์ ในประเทศอังกฤษ

ผมชอบคำพูดของเขาว่า ถ้าเราไม่ดีพอก็คือเราไม่ดีพอ เขาประเมินตนเองได้ดีมากๆ คือ ประเมินตรงไปตรงมา

เราอาจจะเห็นคนหลายคนชอบหลงตัวเอง ประเมินตัวเองว่าดีอย่างนู้นดีอย่างนี้จนเกินความจริงไป แต่เราต้องกลับเข้ามาอยู่ในความจริง ว่าที่จริงแล้ว เราเป็นอย่างไร เราดีแค่ไหน เรามีศักยภาพคือความสามารถแค่ไหน 

เวลาประเมินงาน หรือจะประเมินอะไรก็ตาม ต้องประเมินไปตามความจริง ไม่ใช่ประเมินแบบไม่ตรงกับความจริง เพราะสิ่งนั้นคือการไม่ยอมรับในสิ่งที่คนถูกประเมินเป็นจริงๆ

ถึงแม้ว่าเราอาจจะไม่ดีเราก็ต้องรู้ว่าตรงไหนบ้างเราไม่ดี แล้วค่อยหาทางแก้เป็นจุดๆไป

หัดอยู่ในโลกความเป็นจริงด้วยการยอมรับความเป็นจริง ดีกว่าหลอกตัวเองอยู่ร่ำไป

SK

The love of family and the admiration of friends is much more important than wealth and privilege. - Charles Kuralt

ความรักของครอบครัวและการชื่นชมของเพื่อนก็สำคัญกว่าทรัพย์สมบัติและสิทธิพิเศษ - ชาร์ล คูรัลท์

คนเราสมัยนี้เห็นแก่เงิน บางคนมองว่าเงินเป็นพระเจ้า ก็เลยทำงานจนลืมว่าเรามีครอบครัวและมีเพื่อนอยู่ ถ้าคุณทำงานหรือให้ความสำคัญกับเงิน จนลืมว่าคุณยังมีครอบครัวอยู่ มีภรรยา มีสามี มีลูกๆของคุณรออยู่ หมายถึงว่าคุณให้เงินสำคัญกว่า

ความรักของครอบครัวนั้นจำเป็นมากๆ สำหรับคนในครอบครัวเอง คนในครอบครัวจะมีความสุขได้ ก็เกิดมาจากความรักของคนในครอบกลัว ลูกๆจะมีบุคลิกลักษณะที่ดีได้จะต้องได้รับการเลี้ยงดูที่ดีด้วย

การชื่นชม หมายถึง ความรู้สึกที่เคารพอย่างสูงและชอบบางคน (Longman Dictionary)

การชื่นชมของเพื่อนก็หมายถึงเพื่อนนั้นจะเคารพเรา ถ้าเราทำงานจนลืมเพื่อน จนต้องห้ำหั่นกับเพื่อน หรือคนในองค์กรเดียวกัน สิ่งนั้นไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ

คุณจะเลือกที่บ้างานเพื่อเงินและความสะดวกสบาย หรือจะเลือกครอบครัวและเพื่อนและคนที่คุณรัก?

SK

วันนี้ผมได้อ่านบทความของศาสตราจารย์วิทิต มันตาภรณ์ (ท่านเป็นศาสตราจารย์ทางด้านกฎหมายของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ในบางกอกโพส (http://www.bangkokpost.com/opinion/opinion/178878/the-healing-process-needs-to-start-now) แล้วสะกิดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับการ healing ประเทศ (เหมือนกับแบบเป็นการรักษาจากประเทศที่ป่วยให้หายดี) ซึ่งมีอยู่ 4 อย่างที่ท่านได้เสนอก็คือ

1. การปรองดอง - ต้องให้มีการพูดคุยกันระหว่างกลุ่มที่แตกต่างกันโดยปราศจากการแบ่งแยก

2. การตรวจสอบหาความจริง - เหตุการณ์ต้องถูกทบทวนและตรวจสอบโดยคณะกรรมการอิสระ และต้องมีความโปร่งใส กฎหมายและคำสั่งต้องถูกการันตีว่าตรวจสอบได้และมีความรับผิดชอบในการรักษามาตรฐานสากล

3. การเลือกตั้ง - เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เกิดความสงบสุขได้ ซึ่งจะทำให้เกิดความเคารพในวัฒนธรรมทางการเมืองที่แตกต่างกัน และประเด็นนี้ยังครอบคลุมไปถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกด้วย ซึ่งจะเกี่ยวกับกระบวนการทางการปกครองและเกี่ยวกับ Checks and Balances (คล้ายๆกับว่าเป็นระบบการตรวจสอบควบคุมซึ่งกันและกัน เป็นการถ่วงดุลอำนาจ)

4. การจัดสรรอย่างเที่ยงธรรม - ต้องลดช่องว่างของ คนที่มี และ คนที่ไม่มี ระหว่างในตัวเมืองและชนบท

ผมได้อ่านบทความแล้วรู้สึกว่า 4 ประเด็นนี้และครับที่ควรจะต้องเกิดขึ้น และผมก็เชื่อว่าประเทศไทยจะต้องเดินหน้าต่อไปได้แน่นอน

SK

Leadership and learning are indispensable to each other. - John F. Kennedy

ความเป็นผู้นำกับการเรียนรู้เป็นสิ่งที่ส่งเสริมกัน - จอห์น เอฟ. เคนเนดี

ความเป็นผู้นำนั้นหมายถึง "คุณภาพของการนำ กลุ่ม องค์กร หรือประเทศ" (Longman Dictionary)

การเรียนรู้หมายถึง "ความรู้ที่ได้รับผ่านทางการอ่านและการศึกษา" (Longman Dictionary)

สิ่งที่ผมจะแสดงความเห็นก็คือ ความเป็นผู้นำนั้นต้องมีการเรียนรู้ประกอบด้วย คุณจะเห็นว่าคนที่สามารถเป็นผู้นำ หรือหัวหน้าได้นั้น มีความสามารถ มีความรู้ และประสบการณ์กันทั้งนั้น

ทั้งคนที่เป็นผู้นำอยู่แล้ว หลายๆคนก็ไม่ได้หยุดที่จะเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ผู้นำที่ดีมักจะแสวงหาความรู้อย่างไม่หยุดไม่หย่อน ความรู้ใหม่ๆที่เขาได้รับจะทำให้เขานั้นเป็นผู้นำได้ดียิ่งขึ้นด้วย

อยากเห็นคนไทยเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ การศึกษาส่วนตัว หรือว่าการได้เจอประสบการณ์ใหม่ๆครับ

SK